ผลกระทบจากการกลุ่มประเทศอาหรับตัดความสัมพันธ์กาตาร์

      Comments Off on ผลกระทบจากการกลุ่มประเทศอาหรับตัดความสัมพันธ์กาตาร์

หลายคนคงจะจำกันได้ว่าเมื่อช่วงต้นเดือนมิ.ย. กลุ่มสันนิบาตอาหรับทั้ง 7 ประเทศ อันได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, บาห์เรน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อียิปต์, ลิเบีย, เยเมน และมอริเตเนีย ได้พร้อมใจกันออกมาประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการฑูตกับประเทศกาตาร์ โดยข้อกล่าวหาที่ว่า รัฐบาลโดฮา ให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้าย และพยายามเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น เมื่อมีประกาศนี้ออกมาจึงส่งผลกระทบออกไปเป็นวงกว้าง เรามาดูกันดีกว่าว่าส่งผลกระทบต่อด้านใดบ้าง

  • การขนส่งทางอากาศ สายการบินชั้นนำของหลายประเทศระงับเที่ยวบินที่จะเข้าหรือออกกาตาร์ ส่งผลโดยตรงกับลูกค้ากาตาร์ แอร์เวย์ ที่ต้องการเดินทางระหว่างกาตาร์กับยูเออี,ซาอุดีอาระเบีย,อียิปต์ หรือ บาห์เรน รวมทั้งเที่ยวบินที่ต้องลงเปลี่ยนเครื่องที่กาตาร์ นอกจากนั้นยังถูกสั่งห้ามบินผ่านน่านฟ้าของประเทศเหล่านี้ ทำให้เหลือน่านฟ้าสากลแคบลง จึงทำให้สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินไปยังเส้นทางอื่นจากเดิมใช้เวลาเดินทาง 6 ชม. ตอนนี้ต้องเผื่อเวลาเป็น 8 – 9 ชม.
  • อาหาร ถึงแม้กาตาร์จะเป็นประเทศที่ร่ำรวยจากการมีก๊าซธรรมชาติในทะเล แต่ทว่าพื้นดินไม่สามารถเพาะปลูกได้ กาตาร์ต้องอาศัยเส้นทางการขนอาหารผ่านมาทางชายแดนที่อยู่ติดกับซาอุดีอาระเบีย แต่หลังจากมีประกาศตัดสัมพันธ์แล้วเท่ากับว่าถูกตัดเส้นทางการลำเลียงอาหารทางบก ต้องไปอาศัยเส้นทางทะเล และอากาศแทน
  • การก่อสร้าง ปัจจุบันนี้กาตาร์กำลังเร่งพัฒนาการก่อสร้างเมืองไม่ว่าจะเป็นท่าเรือแห่งใหม่ เขตการแพทย์ หรือโครงการรถไฟใต้ดิน ซึ่งกาตาร์จำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบในการก่อสร้าง ผ่านเส้นทางการนำเข้าทางซาอุดีอาระเบีย พอมาประสบปัญหาการปิดพรมแดนส่งผลให้การก่อสร้างล่าช้าลง โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพในงานฟุตบอลโลกปี 2022 ที่กาตารต้องเร่งสร้างสนามฟุตบอลถึง 8 สนามเพื่อรองรับการแข่งขันนี้
  • ผู้คน ไม่ใช่เพียงแต่กาตาร์ที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่พลเมืองของทั้งซาอุดีอาระเบีย , อียิปต์ , บาห์เรน , ลิเบีย ที่ต้องการเข้าไปยังประเทศกาตาร์ก็ไม่สามารถเข้าได้ไม่ว่าจะเส้นทางใดก็ตาม ในขณะที่พลเมืองของประเทศเหล่านี้ที่อาศัยอยู่ในกาตาร์ก็ต้องเร่งออกจากกาตาร์ภายใน 14 วัน เช่นเดียวกกับพลเมืองของกาตาร์ก็ต้องออกจากประเทศเหล่านี้ภายใต้เวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ต่างก็มองว่า เรื่องนี้น่าจะใช้เวลาไม่นานส่งผลกระทบเพียงระยะสั้นๆ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นคล้ายจะเป็นปัญหาระหว่าง 2 ประเทศเท่านั้น คือกาตาร์กับซาอุดีอาระเบีย และโอกาสที่จะเกิดการสู้รบกันก็มีน้อยมาก ส่วนเรื่องการส่งออกก๊าซธรรมชาติของกาตาร์ก็ไม่ได้ได้ส่งผลอะไรมากมายเพราะปริมาณในการผลิตน้ำมันยังมีปริมาณที่ไม่มากเท่าไหร่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกาตาร์ด้วยว่าจะยอมเปลี่ยนนโยบายและจุดยืนของตนเองหรือไม่